หน้าหลัก เกี่ยวกับมูลนิธิ โครงการของมูลนิธิ ร่วมบริจาค ความในใจ ติดต่อมูลนิธิ
 
 
 
วันที่ : 15/9/3097
7 วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
 

7 วิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ


1. ไม่อ่านทีละคำ
     การอ่านทีละคำทำให้อ่านหนังสือได้ช้า เพราะมุ่งหาความหมายของคำทีละคำ สามารถแก้ไขได้โดยตั้งใจไว้ว่า เมื่ออ่านหนังสือ
ทุกครั้ง จะจับใจความสำคัญของประโยคด้วยการใช้สายตาเพียงครั้งเดียว และได้ความหมายทันที

2. ไม่อ่านออกเสียง
    การอ่านหนังสือออกเสียงไปทีละตัว โดยทั่วไปติดมาจากนิสัยการอ่านสมัยชั้นประถม การอ่านออกเสียงไม่ว่าจะมีเสียงออกมา
หรือมีเสียงในคอ การอ่านแบบนี้อ่านได้ช้าทั้งสิ้น เพราะมุ่งแต่ออกเสียงตามตัวหนังสือที่ปรากฎ การอ่านได้เร็วสามารถแก้ไขได้โดย
พยายามทำให้การมองเห็นรูปทรงและการประสมคำของตัวหนังสือ  สามารถผ่านขั้นตอนการรับรู้ของเราไปสู่สมองได้เลย   โดย
ไม่ต้องเสียเวลาพินิจพิเคราะห์ว่ามันมีเสียงอะไร  การแก้ไขให้ใช้นิ้วปิดปากในขณะอ่านตลอดเวลา จะทำให้อ่านได้ดีขึ้น  และเมื่อ
ปฏิบัติเช่นนี้จนติดเป็นนิสัยแล้ว จะพบว่าทำให้อ่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

3. ไม่มีกังวลเกี่ยวกับศัพท์เฉพาะ
     การหยุดและกังวลเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจะทำให้จังหวะในการอ่านและแนวคิดในการอ่านประโยคนั้นหายไป
ดังนั้นแม้ว่าจะไม่รู้ศัพท์บางคำก็สามารถหาความหมายของศัพท์นั้นได้ โดยดูจากข้อความในประโยค ถ้าใช้ความคิดคิดตามตลอดเรื่อง

4. ไม่ใช้วิธีเดียวกันตลอดในการอ่านทุกประเภท 
    ควรใช้วิธีการอ่านที่แตกต่างกันในแต่ละเรื่องที่อ่าน  เช่น  อ่านเรื่องเบาสมองก็อ่านเร็วได้ ถ้าอ่านตำราวิชาการต้องใช้ความคิด
พิจารณาเนื้อเรื่องก็ใช้เวลาอ่านนานขึ้น นั้นคือผู้อ่านต้องรู้จุดประสงค์ของเรื่องที่จะอ่านด้วย จึงจะได้ประโยชน์ที่แท้จริง

5. ไม่ใช้นิ้วชี้ข้อความตามไปด้วยในขณะอ่าน
    จะทำให้อ่านได้ช้าลง  การใช้สายตากวาดไปตามบรรทัดจะเร็วกว่าการใช้นิ้วชี้  เพราะสายตาเคลื่อนที่เร็วกว่านิ้ว   วิธีแก้นิสัยนี้
อาจทำได้โดยใช้มือจับหนังสือหรือประสานมือกันไว้ในขณะอ่านหนังสือ

6. ไม่อ่านซ้ำไปซ้ำมา
    การอ่านเนื้อเรื่องที่ไม่เข้าใจ เป็นการชี้ให้เห็นว่าตัวเราไม่มั่นใจที่จะดึงเอาความสำคัญของเนื้อความนั้นออกมาได้ด้วยความสามารถของตนเอง เหตุนี้จึงทำให้อ่านช้าลงเพราะคอยคิดแต่จะกลับไปอ่านใหม่  แทนที่จะอ่านไปทั้งหน้าเพื่อหาแนวคิดใหม่
จงพยายามอ่านครั้งเดียวอย่างตั้งใจความคิดทั้งหลายจะค่อย ๆ มาเอง ไม่ต้องกังวลว่าตนเองอ่านไม่รู้เรื่อง

7. มีสมาธิในการอ่าน
    การปล่อยให้ความตั้งใจและความคงที่ของอารมณ์ล่องลอยไปกับความคิดที่สอดแทรกเข้ามาขณะอ่าน จะทำให้ไม่ได้รับความรู้
อะไรจากการอ่านเลย   เราจะต้องพัฒนาความสามารถ   โดยฝึกจิตให้แน่วแน่มุ่งความสนใจอยู่ที่หนังสือเพียงอย่างเดียว  ความ
สามารถในการอ่านสามารถพัฒนาได้โดยการฝึกฝน  ทำตามข้อเสนอแนะในการอ่านข้างต้น  ถ้าพยายามฝึกฝนการอ่านให้มี
ประสิทธิภาพสูงขึ้น  อ่านให้ได้เร็วขึ้น  ต่อไปก็จะเป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพในการเรียนและประสบผลสำเร็จในการศึกษา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จาก การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ ข่าว มสธ. กันยายน 2539

 
     
 
ข่าวสารมูลนิธิ
 
สนุก สดใส ชายทะเลหัวหิน ณ บ้านพักสุขสามัคคี
 
 
โครงการตรวจสุขภาพเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ปี 2561
 
 
โครงการ "แคมป์รักเด็กไทย" ปี 2561
 
 
 
มูลนิธิกสิกรไทย องค์การสาธารณกุศลลำดับที่ 690 ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 405)
400/22 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2273 1921 โทรสาร : 0 2273 3855 อีเมล : adm@kasikornfoundation.org