หน้าหลัก เกี่ยวกับมูลนิธิ โครงการของมูลนิธิ ร่วมบริจาค ความในใจ ติดต่อมูลนิธิ
 
 
 
วันที่ : 16/5/3097
สอนเด็กให้รัก "การเขียน"
 

ในยุคที่เรามักจะให้เด็ก "จิ้มๆ ๆ ๆ" กันเป็นส่วนใหญ่  จิ้มแป้นในแบล็คเบอร์รี่   ไม่ก็คลิก ลาก วาง ผ่านอุปกรณ์ไฮเทค ...ศาสตร์แห่ง
การเขียนกลายเป็นสิ่งที่เราหลงลืม     ไม่ให้ความสำคัญ       หารู้ไม่ว่าทักษะในการเขียนนั้นมีประโยชน์มากมายต่อการดำเนินชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกๆ  โตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ เพราะทักษะในการเขียนนั้นจะช่วยให้เขาสามารถเรียบเรียงความคิด ถ่ายทอดออก
มาเป็นข้อมูลได้อย่างถูกต้อง สละสลวย สื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น ยิ่งถ้าฝึกให้มีความชำนาญมากๆ แล้ว ก็ไม่ต่าง

กับการมีอาวุธที่ดีที่สุดมาอยู่ในมือนั่นเอง  เช่นนั้นแล้ว  เรามาสร้างลูกให้รักการเขียนกันเถอะค่ะ  โดยเริ่มได้จาก


สร้างบรรยากาศในบ้านให้น่าเขียน
หลายท่านอาจจะบ่นในใจว่า  ให้เริ่มจากที่บ้านอีกแล้ว อะไร ๆ ก็ต้องเริ่มจากที่บ้าน เริ่มจากพ่อแม่ ทีมงานก็อยากเรียนให้เข้าใจว่า

การริเริ่มสิ่งดีๆ  ให้เด็กคนหนึ่งนั้น  จะง่ายที่สุด  ก็คงต้องเริ่มจากคนที่รักเขามากที่สุดนั่นล่ะค่ะ   อย่าไปหวังให้คนอื่นเริ่มให้เลย (^^)
ว่าเช่นนั้นแล้ว  เราไปดูกันดีกว่าว่าจะสร้างบ้านให้เด็กๆ  อยากขีดเขียนกันได้อย่างไรบ้าง
-  พ่อแม่เองก็มีพฤติกรรมชอบขีดชอบเขียนจนเป็นนิสัย  เช่น  อาจจะชอบเขียนโน้ตหวานๆ ถึงกัน  แปะตามประตูตู้เย็น  หรือบอร์ด
   ในบ้าน พอถึงรุ่นลูก เขาก็ได้เห็นจนเป็นเรื่องปกติ แถมดีไม่ดี อาจถูกพ่อแม่ชวนให้มาร่วมเป็นหนึ่งในแก๊งค์เขียนโน้ตด้วยในที่สุด
-  พ่อแม่ใจดี ชอบนึกถึงญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนสนิท และมักจะชวนลูกเขียนจดหมายถึงเพื่อน ถึงญาติผู้ใหญ่ด้วย
-  พ่อแม่ที่ทราบธรรมเนียมของเทศกาล ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เรามักส่งบัตรอวยพรถึงคนที่รักและนับถือ แถมการเขียนคำอวยพรนั้น
   ก็ทำให้ผู้ส่งเองมีความสุขใจด้วยเช่นกัน


ไปเที่ยวก็ยังเขียน
แม้ว่าเดี๋ยวนี้จะมีกล้องดิจิตอล   บันทึกทุกความทรงจำจากการท่องเที่ยวกลับมาได้  แต่ถ้ามีโอกาสลองส่งโปสการ์ดจากสถานที่ที่เรา
ไปเที่ยวกลับมาด้วยก็จะได้ความทรงจำอีกแบบหนึ่ง ผู้ใหญ่หลายคนในวันนี้ยังชื่นชอบการส่งโปสการ์ดก็เพราะคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน
ปลูกฝังกันมา  แล้วทำไมพอมีเจ้าตัวน้อยจะไม่ส่งต่อความรู้สึกดีๆ นั้นให้กับลูกล่ะคะ




เปิดพื้นที่สำหรับนักเขียนตัวน้อย
อาจเป็นโต๊ะเล็กๆ  กระดานวาดรูปในห้องเงียบ   ไม่มีเสียงทีวีรบกวน   หากเป็นเด็กเล็กอาจเริ่มจากสีชอล์ก   กระดาษขาว    (ถ้าเป็น
กระดาษรีไซเคิลเหลือใช้ก็ดีไม่แพ้กัน)  แต่ถ้าเป็นเด็กโต  อาจต้องเตรียมดินสอ  ยางลบ  และอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติม   เพื่อให้ลูกรักการ

เขียน ห้องหับในบ้านอาจเลอะเทอะกันได้บ้าง คุณพ่อคุณแม่คงต้องทำใจกันสักนิด เดี๋ยวโตกว่านี้รู้จักเขียนเป็นที่เป็นทาง  ค่อยชวน
เขามาล้างห้องให้สะอาดก็ยังได้ค่ะ


ชวนลูกเขียนไดอารี่
บันทึกเรื่องราวในแต่ละวัน และจะให้ดีควรให้เป็นของส่วนตัวของลูกคนนั้นๆ ไปเลย สำหรับเด็กเล็ก อาจให้สมุดเล่มโตที่ไม่ต้องมีเส้น
เผื่อลูกจะวาดรูปแทนการบันทึกด้วยตัวหนังสือ   อย่าลืมให้เขาเขียนวันที่ของเรื่องนั้นๆ ด้วย    เผื่อเขาย้อนกลับมาอ่านจะได้ทราบว่า

มันคือวันใดในอดีต



ฝึกเด็กให้ง่ายอย่าลืมใช้  "ศิลปะ"
เป็นที่ทราบกันดีว่า   เด็กทุกคนมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวอยู่แล้วน่ะค่ะ    นึกถึงสมัยที่คุณพ่อคุณแม่เด็กๆ เอง      ก็คงเคยวาดรูปใส่
กระดาษ จากนั้นก็เริ่มคิดเนื้อเรื่อง ใส่คำพูด ใส่ตัวอักษรลงไป เชื่อว่าเด็กๆ  ในวันนี้ก็คงมีพัฒนาการที่ไม่แตกต่างกัน   แต่ถ้าจะให้เขา
สนุกยิ่งขึ้น ลองหาตรายางน่ารักๆ สติ๊กเกอร์ ดินสอสี กรรไกรที่สามารถตัดกระดาษเป็นลายต่างๆ ลูกไม้ โบว์  มาช่วยให้การเขียนของ
ลูกสนุกยิ่งขึ้นก็ได้ค่ะ เสาร์อาทิตย์นี้ มาลองสร้างนักเขียนน้อยกันดูนะคะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แหล่งข้อมูล: http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000034511

 
     
 
ข่าวสารมูลนิธิ
 
สนุก สดใส ชายทะเลหัวหิน ณ บ้านพักสุขสามัคคี
 
 
โครงการตรวจสุขภาพเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ปี 2561
 
 
โครงการ "แคมป์รักเด็กไทย" ปี 2561
 
 
 
มูลนิธิกสิกรไทย องค์การสาธารณกุศลลำดับที่ 690 ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 405)
400/22 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2273 1921 โทรสาร : 0 2273 3855 อีเมล : adm@kasikornfoundation.org